กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โอดครวญระงมทุ่ง เหตุกุ้งก้ามกรามช่วงเทศกาลสงกรานต์ต่อเนื่องถึงวันนี้ยังขายไม่ได้ กุ้งไซส์ขนาดใหญ่ 12-20 ตัวต่อ กก.ที่ตุนไว้จำหน่ายรายละ 2-3 ตันยังตกค้างในบ่อ จำเป็นต้องย้ายขึ้นจากบ่อมาตั้งร้านขายริมถนน ลดราคากระหน่ำต่ำสุดในรอบ 20 ปี กก.ละ 200 บาท เพราะต้องเร่งระบายกุ้งออก ลดความแออัด และสภาพอากาศร้อนจัด เผยหากปล่อยไปแบบนี้ กุ้งน็อคตายยกบ่อแน่ คนเลี้ยงตายแน่ วอนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขสถานการณ์

จากการติดตามบรรยากาศการจับหน่ายกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่เลี้ยงกันมามากในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.เขาพระนอน ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และ ต.ลำพาน ต.ลำคลอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยใช้น้ำจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวหรือเขื่อนลำปาว ซึ่งการค้าขายกุ้งก้ามกรามสดจากบ่อจะขายดีมาก ราคากุ้งสดปากบ่อ กก.ละ 250 บาท ขายส่งราคากก.ละ 280-500 บาท ตามระยะทาง สร้างรายได้มวลรวมเข้าจังหวัดปีละกว่าพันล้านบาท แต่กับภาพการค้าขายที่เกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาถึงวันนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังเงียบเหงา ผิดปกติมาก

นางสาวสงกรานต์ ภูทะวัง อายุ 53 ปี แม่ค้าขายกุ้งก้ามกราม บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตลาดซื้อขายกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นกุ้งสดจากบ่อก็ประคองตัวมาเรื่อยๆ ปกติจะขายดีมากในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ หรือจะมีออร์เดอร์จากร้านตามย่านท่องเที่ยว และศูนย์จำหน่ายสินค้าทั่วไป ในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดยาว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีผู้เลี้ยงในกลุ่มแปลงใหญ่และเกษตรกรรายย่อยรวมกว่า 1,500 ราย การค้าขายที่ผ่านมาก็เป็นไปตามปกติ โดยจะมีทั้งพ่อค้าคนกลาง พ่อค้าขาประจำ และพ่อค้าเร่ เข้ามารับกุ้งสดจาดบ่อไม่ขาดระยะ
นางสาวสงกรานต์ กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้ตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลน ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการซื้อขายกุ้งก้ามกรามเป็นอย่างมาก และอย่างเห็นชัดตั้งแต่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ถึงวันนี้ เพราะลูกค้าทุกสาขาอาชีพได้รับผลกระทบจากภาวะค่าน้ำมัน ทำให้การการเดินทาง การจับจ่ายซื้อสินค้า รวมทั้งกุ้งก้ามกรามลดลง

ทั้งนี้ ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี ตนเคยขายกุ้งสดได้ประมาณ 500 กก. แต่ปีนี้ขายได้ไม่ถึง 200 กก.เลย ทั้งๆที่จำหน่ายราคาเท่าเดิม ไซส์เล็กราคาปากบ่อ เท่าเดิม คือ กก.ละ 250 บาท หรือหากมีการคัดแยกไซส์ ก็จะอัพราคาขึ้นอีกตามความเหมาะสม และขายในราคาที่เป็นธรรม ลูกค้าพอใจ อย่างไรก็ตามก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขภาวะน้ำมันวิกฤติ ให้ราคาลดลงอีก และขอให้ทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้รีบเร่งกอบกู้สายสถานการณ์กุ้งก้ามกรามขายไม่ออกด้วย
ด้านนายสมทรัพย์ ภูนาสูง อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแปลงใหญ่ และจำหน่ายกุ้งก้ามกราม-อาหารกุ้ง บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีนี้เตรียมกุ้งก้ามกรามไซส์ใหญ่ไว้ในบ่อ ขนาด 12-20 ตัวต่อ กก.ไว้ประมาณ 3 ตัน แต่กลับเกิดปัญหาขายไม่ได้ ขายได้แต่ 5% เท่านั้น เพราะไม่มีออร์เดอร์เจ้ามาเลย เมื่อกุ้งโต ได้อายุจับจำหน่าย ขายไม่ได้ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนที่ร้อนจัด บางบ่อกุ้งเริ่มเริ่มทยอยตายลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้ราวปลายเดือน เม.ย.นี้ ทางเขื่อนลำปาวก็จะปิดการส่งน้ำ ตามปฏิทินปฏิบัติเพื่อซ่อมแซมคูคลอง หากบรรยากาศการค้าขายกุ้งยังเงียบเหงาซบเซาแบบนี้ มีหวังกุ้งน็อคตายยกบ่อแน่ และคนเลี้ยงกุ้งจะต้องตายแน่ๆ เพราะแทนที่จะได้ขายกุ้งมีกำไร แต่กลับต้องขาดทุนไปหลายแสนบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายสมทรัพย์กล่าวอีกว่า ในช่วงที่รอออเดอร์จับกุ้งจำหน่าย เกษตรกรก็จะต้องสิ้นเปลืองอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งมีการปรับขึ้นราคาตามกลไกค่าขนส่ง จึงเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น เพื่อลดทุนค่าอาหารและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้จับกุ้งมาพักขายที่ร้านริมถนน ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงได้สะดวก ทั้งนี้ หวังขายไห้ลูกค้าทั่วไปและกำลังที่จะเดินทางกลับไปทำงาน โดยจำเป็นต้องลดราคาลงจากภาวะปกติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า เริ่มต้นตั้งแต่ราคา กก.ละ 200-280 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 20 ปี

จึงขอเชิญชวนมาอุดหนุนซื้อกุ้งไซส์ใหญ่ ราคาถูก ที่ร้านตาสมทรัพย์บ้านตูม อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางจังหวัด ประมง พาณิชย์ ได้หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามด้วย ก่อนที่เขื่อนจะปิดน้ำและกุ้งอาจจะน็อคตายยกบ่อ